เปลี่ยน หลอดภาพ Epson Lamp
วิธีการเปลี่ยนหลอดภาพโปรเจคเตอร์ Epson
การเปลี่ยนหลอดภาพโปรเจคเตอร์ ยี่ห้อ Epson ทำได้ไม่ยาก ใช้เครื่องมือเพียงไขควงปากแบน และไขควงปากแฉกเท่านั้น และใช้ใการเปลี่ยนก็ใช้เวลาไม่มากเช่นกันสามารถเปลี่ยนได้เอง โดยไม่ต้องยกเครื่องไปให้ช่างเปลี่ยน ก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มาก หรือจะศึกษาไว้เพื่อรับเปลี่ยนหลอดภาพให้กับลูกค้า ก็จะเป็นการเพิ่มช่องทางการหารายได้รับ เพิ่มพูนความรู้ และก็จะเป็นประโยชน์ในการเปลี่ยนหลอดภาพอย่างมืออาชีพ
เครื่องมือที่ใช้ในการเปลี่ยนหลอดภาพ
1.ไขควงปากแบน ขนาดเล็ก
2.ไขควงปากแฉก ขนาดใหญ่ หรือขนาดกลาง
ข้อพึงระวัง ให้ทำการตรวจสอบเครื่องก่อนเปลี่ยน หลอดภาพ
การเปลี่ยนหลอดภาพโปรเจคเตอร์ ในเบื้องต้น ผู้เปลี่ยน ควรสังเกต รูปลักษณ์ของโปรเจคเตอร์ก่อนเป็นอันดับแรก ว่าตัวเครื่องมีสภาพสมบูรณ์หรือไม่ เพราะการที่เครื่องโปรเจคเตอร์ไม่แสดงภาพนั้น อาจมีสาเหตุมาจากหลอดภาพ หรือมาจากการที่บัลลาส (เพาเวอร์ซัพพลาย) ไม่ทำงาน หรือ เมนบอร์ดเสีย ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้ ต้องใช้ประสบการณ์ในการซ่อมพอสมควร
ผู้เปลี่ยน ต้องมั่นใจว่าหลอดภาพเสีย หรือหมดอายุเสียก่อน จึงค่อยรับเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นเมื่อเปลี่ยนหลอดภาพไปแล้ว กลับเปิดไม่ติด จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายไปโดยไม่จำเป็น
1. ตรวจดูสภาพทั่วไปของเครื่องโปรเจคเตอร์ Epson
เริ่มต้นผู้ต้องการเปลี่ยนหลอดภาพโปรเจคเตอร์ควรตรวจดูสภาพภายนอก ด้านหน้า ด้านหลังของเครื่อง ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น รอยแตก ตก ร้าว ช้ำ เพราะหากมีรอยตกกระแทก แรงๆสันนิษฐานเบื้องต้นก่อนว่า อาจมีการเสียอย่างอื่นเพิ่มเติม ต้องได้รับการตรวจสอบก่อน แต่ถ้าหากว่าทุกอย่างเป็นปกติ ก็เตรียมตัวเปลี่ยนหลอดภาพกันได้เลย
![]() |
![]() |
ด้านหน้าเครื่องโปรเจคเตอร์ Epson | ด้านหลังเครื่องโปรเจคเตอร์ Epson |
2. หาตำแหน่งของหลอดภาพโปรเจคเตอร์
ตำแหน่งของหลอดภาพโปรเจคเตอร์ Epson จะอยู่บริเวณด้านบน-ส่วนหลัง ของเครื่อง
โปรเจคเตอร์ วิธีสังเกตุได้โดยง่ายคือ หันด้านหลังเครื่องเข้าหาตัว ตำแหน่งของหลอดภาพ
จะอยู่ทางด้านขวา ถัดจาก Port SVGA และ จะสังเกตว่า จะมีน๊อตล็อคฝาปิดอยู่ 1 ตัว
สามารถ ถอดออกได้เลย (หมุนน๊อตทวนเข็มนาฬิกาเพื่อถอดออก)
![]() |
ถอดน๊อต ฝาหลอดภาพ |
3. เลื่อนฝาปิดหลอดภาพโปรเจคเตอร์ออก
หลังจากถอดน็อตออกเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้มือเลื่อนฝาออกมาทางด้านหลัง เนื่องจากจะมีแผ่น
พลาสติกล็อกอยู่ ไม่สามารถยกขึ้นตรงๆ ได้ หลังจากเลื่อนออกแล้วจะเห็นโครงหลอดภาพ ดังรูป
![]() |
เลื่อนฝาปิดหลอดภาพออก |
4. ถอดน๊อตยึดโครงหลอดภาพ
![]() |
ถอดน๊อตยึดโครงหลอดภาพ |
5. สังเกตุสภาพทั่วไปของหลอดที่ถอดออกมา
หลังจากคลายน๊อตเรียบร้อยแล้ว ให้ดึงหลอดภาพ ออกมาได้เลย แต่ต้องระมัดระวัง ไม่ต้องรีบมาก เพราะอาจทำให้ไปกระทบกับชุดประกบกับโครงหลอดที่เป็นตัวเครื่องได้รับความเสียหาย หากถอดออกมาแล้ว จะได้ชุดหลอดภาพ ดังนี้
![]() |
![]() |
โครงพร้อมหลอด มองด้านหลัง | จุดล็อกหลอดกับโครง |
6. ถอดจุดยึดสายไฟ
มาถึงตรงนี้ เราก็จะเริ่มเปลี่ยนหลอดภาพกันแล้ว ให้สังเกตจากรูป ต้องทำการถอดน๊อตยึดสายไฟออก จำนวน 1 ตัว (ของใหม่จะมีขาล็อกสาย ให้เข้ากับโครง มีมาให้พร้อม)
![]() |
ถอดจุดยึดสายไฟ |
![]() |
สังเกตกายภาพ จุดล็อกหลอดภาพกับโครง |
8. ถอดจุดยึดมุมหลอดภาพ
![]() |
ถอดจุดยึดมุมหลอดภาพ |
9. ถอดจุดยึดหลอดกันเคลี่อน
![]() |
ถอดจุดยึดหลอดกันเคลี่อน |
10. ถอดเสร็จเรียบร้อย
![]() |
ถอดเสร็จเรียบร้อย |
11. ประกอบกลับ ทำย้อนกลับไปทีละข้อ
12. ประกอบหลอดภาพเข้าเครื่อง
13. Reset ตัวนับช่วโมงหลอดภาพ
14. เช็ดทำความสะอาดเครื่อง
ก่อนนำไปใช้งาน ควรทำความสะอาดเครื่องให้สะอาด ปราศจากฝุ่น โดยใช้ผ้าสะอาดเช็ด อาจใช้น้ำยาทำความสะอาดคอมพิวเตอร์ หรือ Waxy ร่วมด้วยก็ได้ เพราะใหนๆ ก็นำเครื่องออกมาแล้ว
มาถึงตรงนี้ คิดว่าคงจะลองด้อมๆ มองๆ เครื่อง Projector Epson เพื่อที่จะลองเปลี่ยนหลอดภาพกันเองแล้ว เพราะการเปลี่ยนจริงๆแล้ว ไม่ได้มีมากถึง 14 ข้อตามด้านบน บางข้อเป็นเพียงจุดสังเกตุ ที่เขียนไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิดพลาดในการเปลี่ยนทางเทคนิค เท่านั้นเอง
ข้อสังเกตุที่สำคัญมาก ในทางเทคนิค
จากข้อมูลคำบรรยาย และภาพที่แสดงให้เห็นตามลำดับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะเห็นได้ว่า ชุดหลอดภาพของโปรเจคเตอร์ ไม่ได้มีวงจรอิเลคทรอนิคส์ ใดๆ บรรจุอยู่เลย แม้แต่ชิ้นเดียว จะมีอยู่ก็เพียง ตัวหลอดภาพซึ่งมีหน้าที่ในการให้กำเนิดแสง กับโครงหลอดภาพที่มีหน้าที่ในการประคองหลอดภาพ และบังคับแสงที่เกิดจากหลอดภาพ ให้ไปในทิศทางที่เหมาะสม สิ่งที่ต่อเข้าสู่ภายในเครื่องโปรเจคเตอร์ จะมีเพียงสายไฟสองเส้น เพื่อรับไฟจากเหล่งจ่ายไฟหรือที่เรียกว่าบัลลาส เท่านั้นเอง
คราวนี้ คงคลายใจกันได้ ตัดสินใจกันได้ ว่าในกรณีที่หลอดเสีย หลอดเสื่อม หลอดหมดสภาพ การเปลี่ยนเฉพาะหลอดภาพ ก็จะไม่ใช่ประเด็นที่จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของเครื่อง (เพราะเท่าที่ปรากฎทั่วไป มัดได้ยินคำว่า ของแท้จากศูนย์ทั้งเซ็ต จะดีกว่า)
อันนี้ต้องเข้าใจเป็นทฤษฎี ทางเทคนิค พื้นฐานความรู้ทางอิเลคทรอนิคส์ และหลักการที่ถูกต้องเสียก่อน
ชนิดของหลอดภาพที่จะใช้เปลี่ยน สำคัญมากที่สุด
ชนิดของหลอดภาพที่จะใช้เปลี่ยน เป็นประเด็นที่สำคัญมากที่สุดของการเปลี่ยนหลอดภาพ เพราะการทำงานของหลอดภาพ จะเป็นตัวที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายไฟของเครื่อง เมื่อได้ไฟมาแล้วจะทำการเปล่งแสงออกไปยังวงล้อสี ผ่านชุดเลนส์กำเนิดภาพ และถูกส่งต่อไปยังชุดเลน์ขยายภาพ สุดท้ายจะถูกส่งต่อไปยังจอรับภาพ
ดังนั้น หากหลอดภาพที่ใช้มีคุณภาพตามสเปคข้อกำหนด จะทำให้ชุดจ่ายไฟไม่ทำงานหนักไม่โหลดไฟไม่กินไฟเยอะ มีอายุการทำงานนานขึ้น ความร้อนของหลอดภาพก็จะเป็นไปตามสเปคและการออกแบบของเครื่อง แสงและสีที่ปรากฎบนจอรับภาพ ก็จะมีความสดใสตามมาตรฐานสีและแสงของเครื่อง แต่ทั้งนี้ ก็อยู่ที่ผู้ซื้อ ว่าจะเลือกใช้หลอดภาพโปรเจคเตอร์แบบใหนดี
1. หลอดภาพ โปรเจคเตอร์ ของแท้
หลอดภาพโปรเจคเตอร์ของโปรเจคเตอร์ทุกยี่ห้อ ไม่ได้ถูกผลิตภายใต้เครื่องหมายการค้าของยี่ห้อโปรเจคเตอร์นั้นๆ แต่จะเป็นการผลิตเป็นแบบ OEM ส่งให้ประกอบโปรเจคเตอร์ ตามยี่ห้อและรุ่นของเครื่องนั้นๆ ดังนั้น การซื้อหลอภาพของแท้ จะดูได้จาก ยี่ห้อของหลอด ขนาด Specification รหัส Part ที่ปรากฎอยู่บริเวณหลอดภาพ หรือปรากฎตามมาตรฐานการผลิตของโปรเจคเตอร์ ตามรุ่นหรือ Model
ดังนั้น อันนี้ต้องสรุปฟันธงไปเลย ว่าหลอดภาพโปรเจคเตอร์แท้ไม่ได้หมายความว่า จะต้องซื้อจากศูนย์บริการของเครื่องยี่ห้อนั้นๆ เสมอไป ขอให้ดูจากยี่ห้อของหลอดภาพ และ Specification ของหลอดภาพเป็นองค์ประกอบและเป็นหลักในการเลือกซือ (OSRAM, Phillips, TOP, etc...)
2. หลอดภาพ โปรเจคเตอร์ ของเทียบเท่า
หลอดเทียบเท่า จะเป็นหลอดภาพที่ผลิตขึ้นมา เพื่อใช้ทดแทนหลอดภาพแท้ จะไม่ปรากฎยี่ห้อ ไม่ปรากฎสัญญลักษณ์ ใดๆ บนหลอดภาพ ความเข้าใจง่ายๆ ก็คือ ซื้อมา ต่อได้ ใช้ติด ราคาย่อมกว่า ถูกกว่าหลอดภาพแท้ หลายร้อยบาท และในบางรุ่นที่ใช้มาก มีการผลิตมาก ก็อาจถูกกว่าเป็นพันบาท
และที่สำคัญในการเลือกซื้อก็คือ เกรดของหลอดภาพ
ต้องเลือกซื้อหลอดเทียบเท่าจากร้านค้าที่มีความมั่นใจ ไว้ใจ เพราะแหล่งที่มาของหลอดเทียบเท่า เพราะหลอดภาพจะมีหลายเกรด หลายแหล่งที่มา หลายแหล่งผลิต บางแหล่ง เน้นจำหน่าย ขายราคาถูก จนดูราคาถูกโอเวอร์ ซึ่งจริงๆแล้วคุณภาพของหลอด ผู้ใช้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การกินกระแสของหลอดภาพ กินมากเกินไป กินน้อยเกินไป ทำให้แหล่งจ่ายไฟเสื่อมสภาพเร็วมาก ความร้อนของเครื่อง ร้อนมากผิดปกติ ส่งผลให้อุปกรณ์พลาสติกภายในกรอบ เมนบอร์ดร้อน กรอบ ลายวงจรละลาย ก็ทำให้เครื่องเสียหาย
ต้องคำนึงในเบื้องต้นว่า "ของถูก และดี ไม่มีในโลก" และ ราคาสินค้า คุณภาพสินค้า จะขึ้นอยู่กับต้นทุนในการผลิต เท่านั้น
ด้วยความปรารถณาดีจาก www.winboardtechnology.com